<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120171</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 11:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 11:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะแล้ว บอร์ดรฟท. อนุมัติค่าโดยสารสายสีแดง 12-42 บาท เป็นเวลา 3 ปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.2564-นายจิรุตม์ &amp;nbsp;วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) ในฐานะ ประธานกรรมการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)เปิดเผยว่า ที่ประชุม บอร์ด รฟท.วันนี้ ได้อนุมัติในหลักการ กำหนดอัตราค่าโดยสาร รถไฟชานเมืองสายสีแดง ตลิ่งชัน-บางซื่อ และบางซื่อ-รังสิต โดยกำหนดอัตราที่ค่าแรกเข้า 12 บาท และเก็บสูงสุด ไม่เกิน 42 บาท โดยจะจัดเก็บอัตราดังกล่าวไปเป็นเวลา 3 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การอนุมัติอัตราค่าโดยสาร ของ บอร์ด รฟท. &amp;nbsp;เป็นการกำหนดอัตราค่าแรกเข้า 12 บาท และเก็บตามระยะอีก กม.ละ 1.50 บาท สูงสุดไม่เกิน 42 บาท &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก ก่อนหน้านี้ นายศักดิ์สยาม &amp;nbsp;ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม &amp;nbsp;ได้ให้นโยบายว่า การกำหนดอัตราค่าโดยสาร นั้น &amp;nbsp;ต้องเกิดประโยชน์แก่ผู้ใช้บริการ เป็นธรรมกับทุกฝ่าย &amp;nbsp;และไม่เป็นภาระกับองค์กร(รฟท.) ในอนาคต &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บอร์ด รฟท. จึงมีมติว่า เมื่อบอร์ดอนุมัติในหลักการแล้ว แต่ให้ฝ่ายบริหาร ทำเรื่องไปถามหน่วยงานในกำกับที่เกี่ยวข้อง ของกระทรวงการคลังว่า การจัดเก็บค่าโดยสาร สายสีแดง ที่ กม.ละ 1.50 บาท ซึ่งต่ำกว่า ผู้ให้บริการระบบรถไฟฟ้ารายอื่น ที่จัดเก็บเฉลี่ย กม.ละ 2 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเพื่อให้แน่ใจว่า อัตราที่ 12-42 บาทนี้ ไม่กระทบกับวินัยการเงินการคลัง &amp;nbsp;หรือเป็นภาระกับองค์กรในอนาคต &amp;nbsp;หากกระทรวงการคลัง ไม่มีความเห็นแย้ง &amp;nbsp;รฟท. ก็สามารถเดินหน้าจัดเก็บอัตราดังกล่าวได้ทันที &amp;nbsp;แต่หากกระทรวงการคลัง มีการโต้แย้ง ก็จะนำกลับเข้ามาสู้การพิจารณา บอร์ด รฟท.อีกครั้ง &amp;nbsp;โดยการจัดเก็บค่าโดยสาร ของรถไฟสายสีแดงนี้ &amp;nbsp;จะเริ่มดำเนินการในปลายปีนี้ &amp;nbsp; ตามที่ กระทรวงคมนาคม วางเป้าหมาย ให้เริ่มจัดเก็บค่าโดยสารเชิงพาณิชย์ &amp;nbsp;พร้อมกับการเปิดบริการอย่างเป็นทางการ ในปลายปี 2564 .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120171</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), ค่ารถไฟฟ้าสายสีแดง, จิรุตม์  วิศาลจิตร, ตลิ่งชัน-บางซื่อ, บางซื่อ-รังสิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616e4b47dc2e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80766</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2020 17:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2020 17:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  ขนส่งฯปรับแผนจัดเดินรถสาธารณะภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.63-นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)ได้ออก ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง มาตรการพึงปฏิบัติด้านการจัดการเดินรถสาธารณะภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ลงวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2563 และมีข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 ประกอบมาตรา 11 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2563 นั้น เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศและข้อกำหนดดังกล่าว

ทั้งนี้อธิบดีกรมการขนส่งทางบกจึงออกประกาศ ดังนี้

ข้อ 1 ให้ผู้ประกอบการขนส่งรถโดยสารสาธารณะ ผู้ให้บริการรถยนต์สาธารณะ และผู้ให้บริการรถจักรยานยนต์สาธารณะ หลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางหรือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 36/2563 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2563) ประกาศกำหนดเกี่ยวกับการห้ามใช้เส้นทางคมนาคมหรือยานพาหนะ

ข้อ 2 ให้ บริษัท ขนส่ง จำกัด ควบคุมกำกับดูแลความปลอดภัยบริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารที่อยู่ในความรับผิดชอบในเขตกรุงเทพมหานคร ดังนี้

(1) เพิ่มความเข้มข้นและยกระดับมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยและความมั่นคงโดยจัดเจ้าหน้าที่ดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยให้เพียงพอ

(2) ตรวจสอบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) และระบบสื่อสารให้ใช้งานได้ตลอดเวลา พร้อมทั้งตรวจสอบอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยให้มีความพร้อมในการใช้งาน รวมถึงเตรียมการด้านการอพยพผู้โดยสารในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน

(3) ให้มีการประชาสัมพันธ์แนะนำแนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัยภายในสถานีให้ประชาชนทราบ หากพบเห็นสิ่งผิดปกติหรือพบสิ่งของที่วางไว้โดยไม่มีผู้ครอบครองให้แจ้งเจ้าหน้าที่ประจำสถานี

(4) ประสานให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 36/2563 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2563 เพื่อดำเนินการตามประกาศตามมาตรา 11 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2563

ข้อ 3 ให้ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการสถานีขนส่งผู้โดยสารให้ความร่วมมือแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 36/2563 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2563 เพื่อดำเนินการตามประกาศตามมาตรา 11 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2563

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานครหรือมีประกาศเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80766</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทางบก (ขบ.), จิรุตม์  วิศาลจิตร, พรก.ฉุกเฉิก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5cb387495a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76361</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2020 11:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2020 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯสั่งคุมเข้มความปลอดภัยประชาชนเดินทางด้วยรถสาธารณะช่วงหยุดยาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.63-นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)เปิดเผยว่า ตามที่มติคณะรัฐมนตรี ได้พิจารณากำหนดวันหยุดราชการเพื่อชดเชยวันหยุดเทศกาลสงกรานต์เพิ่มเติม ในวันที่ 4 กันยายนและวันที่ 7 กันยายน 2563 ทำให้มีวันหยุดต่อเนื่อง 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 4 - 7 กันยายน 2563 นั้น นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มีนโยบายให้กรมการขนส่งทางบกอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะในช่วงเวลาดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ทั้งนี้กรมการขนส่งทางบกจึงได้จัดเตรียมแผนปฏิบัติการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนตั้งแต่ 3 - 7 กันยายน 2563 โดยมีมาตรการดังนี้ สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศจัดเตรียมรถโดยสารประจำทางและรถโดยสารไม่ประจำทางให้เพียงพอกับความต้องการเดินทางของประชาชนโดยต้องไม่มีผู้โดยสารตกค้างในการเดินทางกลับภูมิลำเนา และท่องเที่ยว ทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นอกจากนี้ได้จัดหารถรับ &amp;ndash; ส่งผู้โดยสารระหว่างสถานีขนส่งผู้โดยสารกับหมู่บ้านในท้องถิ่นห่างไกลเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน
ด้านความปลอดภัยในการเดินทาง ดำเนินการตรวจความพร้อมของรถโดยสารทุกคันและพนักงานขับรถโดยสารทุกคนก่อนออกเดินทาง ณ สถานีขนส่งผู้โดยสาร จุดจอดรถ หรือจุดตรวจบนเส้นทางสายหลักทั่วประเทศ รถโดยสารทุกคันต้องมีสภาพมั่นคงแข็งแรง มีอุปกรณ์ส่วนควบและอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยครบถ้วนถูกต้องและอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา อาทิ รถที่มีการติดตั้งระบบ GPS ให้ติดตามการใช้ความเร็วของรถอย่างต่อเนื่อง ระบบเบรก ยาง ล้อ ระบบไฟ อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งาน ติดตั้งเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง มีถังดับเพลิง ค้อนทุบกระจกกรณีเหตุฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ส่วนพนักงานขับรถ ตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในลมหายใจต้องเป็นศูนย์ (0 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์) ไม่มีอาการอ่อนเพลีย สภาพร่างกายมีความพร้อมสำหรับการปฏิบัติหน้าที่อย่างปลอดภัย ไม่ขับรถเกินชั่วโมงการทำงานที่กฎหมายกำหนด ใช้ความเร็วตามกฎหมายกำหนด เป็นต้น หากพบสภาพรถหรือพนักงานขับรถมีข้อบกพร่องที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการให้บริการ ดำเนินการลงโทษขั้นสูงสุดและสั่งห้ามให้บริการ โดยผู้ประกอบการต้องจัดหารถคันใหม่และพนักงานขับรถที่มีความพร้อมปฏิบัติหน้าที่แทนทันที&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นายจิรุตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการให้บริการรถโดยสารสาธารณะทุกประเภททุกเส้นทางสามารถจัดที่นั่งหรือที่ยืนสำหรับผู้โดยสารได้ตามปกติ แต่ต้องไม่เกินจำนวนผู้โดยสารที่กำหนดไว้ในการจดทะเบียนรถ ทั้งนี้ ยังต้องปฏิบัติตามมาตรการทางด้านสาธารณสุขในการคัดกรองและการป้องกันโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง อาทิ พนักงานขับรถและผู้โดยสารทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดการเดินทาง มีมาตรการคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของผู้โดยสารก่อนการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ทั้งนี้หากพบผู้ที่มีอุณหภูมิร่างกายสูงเกินกว่า 37.5 องศาเซลเซียสห้ามเดินทางโดยเด็ดขาด จัดให้มีคิวอาร์โค้ดไทยชนะให้ผู้โดยสารลงทะเบียนเช็คอิน-เช็คเอาท์ทุกครั้งที่ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะและสถานีขนส่งผู้โดยสาร งดให้บริการอาหารบนรถ และขอความร่วมมือผู้โดยสารงดเว้นการรับประทานอาหารบนรถโดยสารสาธารณะ และให้จอดพักรถทุก 2 ชั่วโมง เพื่อระบายอากาศภายในรถโดยสารสาธารณะ และดูแลให้ผู้โดยสารคาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;หากพบผู้โดยสารไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ห้ามออกเดินรถจากสถานีอย่างเด็ดขาด กรณีประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการใช้บริการ พบการฉวยโอกาสจำหน่ายตั๋วโดยสารเกินราคา พบรถโดยสารสาธารณะไม่ปลอดภัยหรือมีพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตราย แจ้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76361</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทางบก (ขบ.), จิรุตม์  วิศาลจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f3009d02070a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71490</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2020 10:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2020 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯคิกอ๊อฟ เปิดประมูลเลขสวย Series 8 ทั่วประเทศ ตั้งเป้ารายได้กว่า 10 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.63-นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการประมูลทะเบียนรถเลขสวยซีรีย์ (Series) 8 และการประมูลทะเบียนรถเลขสวยทั่วประเทศ จัดขึ้นโดยกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.)ว่าได้นำทะเบียนรถเลขสวยออกประมูลเป็นการทั่วไป เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้เป็นเจ้าของหมายเลขทะเบียนสวย โดยได้เปิดประมูลมาแล้วกว่า 16 ปีและครบทุกจังหวัดทั่วประเทศแล้ว

นายจิรุตม์ กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ขบ. ได้ชะลอการประมูลออกไปตั้งแต่เดือน มี.ค.จนถึงปัจจุบันสถานการณ์เริ่มคลี่คลายลง ประกอบกับ ขบ. ส่งเสริมให้ประมูลหมายเลขทะเบียนรถผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นเพื่อรักษาระยะห่างทางสังคมตามมาตรการของรัฐบาล

ทั้งนี้จึงเชิญชวนผู้สนใจร่วมประมูลทะเบียนรถเลขสวยรถเก๋ง ในส่วนของกรุงเทพฯ จะประมูลในหมวดอักษร Series 8 ที่มีประมาณ 301 หมายเลข โดยตั้งเป้าว่าจะมีรายได้ 10 กว่าล้านบาท ซึ่งตามความเชื่อของศาสตร์ด้านตัวเลข 8 เป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งร่ำรวยไม่มีที่สิ้นสุดเป็นตัวเลขแห่งความอมตะสำหรับคนจีน เลข 8 เท่ากับ ดับเบิ้ลลัคกี้ แปลว่าความร่ำรวยความสำเร็จทำให้เลข 8 เป็นตัวเลขที่หลายๆ คนต้องการ

&amp;ldquo;ดูจากประมูลทุกสัปดาห์ที่ 2 และ 4 ของเดือน และมีความพิเศษในหมวดอักษรพิเศษ 8กก ซึ่งจะประมูลในวันที่ 10 เดือน 10 นี้ โดยหมวดอักษร 8กก จะมีเลขไฮไลต์อักษรเบิ้ล เช่น 8กก 8888 คาดว่าจะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเลขมงคลกับคนไทยเชื้อสายจีน โดยครั้งที่แล้ว หมวด 7กก 7777 ประมูลได้ประมาณ 8 ล้านบาท และปีนี้หมวด 8กก 8888 คาดว่าจะมีราคามากกว่า&amp;rdquo;นายจิรุตม์ กล่าว

ส่วนจังหวัดต่างๆ สามารถเข้าร่วมประมูลได้โดยดูจากแผนการประมูลที่ www.tabienrod.com ซึ่งจะมีการประมูลทุกสัปดาห์และมีหมวดอักษรพิเศษ หมวดเบิ้ล ขข ที่ จ.ระยอง วันที่ 17-18 ต.ค.63 และ จ.ภูเก็ต วันที่ 28-29 พ.ย.63 การประมูลหมายเลขทะเบียนรถเก๋งหมวดอักษรดังกล่าวจากประมูลพร้อมกัน 3 ช่องทาง คือ ทางวาจา ณ สถานที่จัดการประมูล, ทางอินเทอร์เน็ต ที่ www.tabienrod.com และทางโทรศัพท์

สำหรับหมวดอักษร Series 8 จะประมูลหมวดอักษร 8กช และ 8กฌ ในวันที่ 25-26 ก.ค.นี้ นอกจากนี้ยังประมูลหมายเลขทะเบียนรถตู้ในหมวดอักษร ฮอ ซึ่ง 1 ปี มีเพียง 1 ครั้งเท่านั้น โดยจะเปิดประมูลวันที่ 15 ก.ค.-15 ก.ย.63 และประมูลหมายเลขทะเบียนรถกระบะ ที่เปิดประมูลทุกวันที่ 1-24 ของทุกเดือน ในเดือนนี้จะประมูลในหมวดอักษร 2ฒน 2ฒบ ซึ่งหมายเลขทะเบียนรถทั้ง 2 ประเภทรถนี้จะประมูลทางอินเตอร์เน็ต www.tabienrod.com เท่านั้น

ทั้งนี้รายได้จากการประมูลทุกบาทจะนำเข้า กปถ. เพื่อสนับสนุนส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เช่นโครงการสนามจราจรเยาวชนเสริมสร้างจิตสำนึกความปลอดภัยเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาพิเศษ, โครงการนักเรียนรุ่นใหม่มีใบขับขี่ให้ความรู้เยาวชนให้มีความรู้ความเข้าใจ ในการใช้รถใช้ถนนอย่างถูกต้องได้ปลอดภัย ซึ่งเป็นการวางรากฐานให้เยาวชนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพใส่ใจความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน

และโครงการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยบูรณาการร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย รวมทั้งโครงการ เพื่อการควบคุมกำกับดูแล เช่นโครงการมั่นใจ รถใช้ GPS ส่งผลให้เกิดการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ยังช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนน เพื่อเยียวยาและยกระดับคุณภาพชีวิตให้ผู้ได้รับผลกระทบได้รับรอยยิ้มจากการเยียวยาดำเนินชีวิตต่อไปได้ ดังนั้นการประมูลรถเลขสวยจึงถือเป็นการทำบุญทำกุศลอย่างหนึ่งด้วย อย่างไรก็ตามผู้ประสงค์จะเข้าร่วมประมูลหมายเลขทะเบียนสวยโทรสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วน 1584 หรือโทร 062-4076888, 061-6156359 หรือ www.tabienrod.com

ส่วนความคืบหน้าดำเนินการรูปแบบจัดทำป้ายทะเบียนพิเศษเฉพาะนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่า กรณีป้ายทะเบียนจะมีเฉพาะหมวดอักษรตัวหนังสือ โดยไม่มีตัวเลขผสม จะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ โดยกฤษฎีกาจะพิจารณาในด้านข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากเห็นชอบแล้ว จะนำเสนอกระทรวงคมนาคม เพื่อออกประกาศกฎกระทรวงและมีผลบังคับใช้ต่อไป คาดว่าจะได้เห็นป้ายทะเบียนพิเศษในปีนี้&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71490</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทางบก (ขบ.), จิรุตม์  วิศาลจิตร, ป้ายทะเบียนรถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200715/image_big_5f0e782f11ce8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68743</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2020 12:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2020 12:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯเปิดทางแท็กซี่ รถตุ๊กตุ๊ก ติดตั้งอุปกรณ์ป้ายโฆษณา เพิ่มรายได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย. 2563 นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)เปิดเผยว่า ตามที่กรมการขนส่งทางบกได้ออกประกาศ เรื่อง การจัดให้มีโฆษณาบนรถยนต์สาธารณะและรถยนต์บริการ พ.ศ. 2562 มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้กับผู้ให้บริการรถยนต์สาธารณะ (รถแท็กซี่) รถยนต์บริการ และรถยนต์รับจ้างสามล้อ (รถตุ๊กตุ๊ก) สามารถใช้ประโยชน์จากตัวรถติดตั้งสื่อโฆษณาสินค้าหรือบริการ ในบริเวณที่กำหนดทั้งหมด 4 ลักษณะ ดังนี้ บนหลังคารถ ด้านข้างภายนอกตัวถังรถ บริเวณกระโปรงรถด้านท้าย และภายในตัวรถ

อย่างไรก็ตาม โดยวัสดุที่ใช้ในการโฆษณาต้องเป็นวัสดุที่ไม่ทำให้เกิดอันตรายใด ๆ และต้องเป็นเครื่องมือสื่อที่กรมการขนส่งทางบกเห็นชอบ ตลอดจนรูป ภาพ คำบรรยายและการสื่อความหมายในการโฆษณาจะต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย ศีลธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี หรือวัฒนธรรมอันดีงามและไม่ขัดต่อประกาศของกรมการขนส่งทางบก และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

นอกจากการกำหนดบริเวณที่ติดตั้งสื่อโฆษณา ยังต้องคำนึงถึง ความมั่นคงแข็งแรงในการติดตั้ง ทั้งลักษณะ ขนาด สัดส่วน และน้ำหนัก อาทิ การติดตั้งบนหลังคารถ ต้องมีขนาดไม่เกินกว่าความกว้างและความยาวของหลังคารถ และไม่บดบังเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ที่แสดงการเป็นรถยนต์สาธารณะ เช่น เครื่องหมาย &amp;ldquo;TAXI&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;TAXI METER&amp;rdquo; หรือเครื่องหมายอื่นที่กฎหมายกำหนดให้ต้องติดตั้ง และเมื่อติดตั้งแล้วต้องสามารถมองเห็นเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ที่แสดงการเป็นรถยนต์สาธารณะได้อย่างชัดเจนจากด้านหน้าของตัวรถ การติดตั้งด้านข้างภายนอกตัวถังรถ สามารถติดตั้งได้ตั้งแต่บริเวณประตูด้านหลังทั้งสองด้าน ยกเว้นตำแหน่งตั้งแต่ประตูด้านหน้าไปจนถึงบริเวณแก้มหน้ารถทั้งสองด้าน ส่วนของตัวถังที่เป็นกระจก และบานหน้าต่างที่ทำด้วยวัสดุโปร่งแสง

ทั้งนี้ การติดตั้งต้องไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งยื่นพ้นจากตัวรถ และต้องไม่บดบังเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องติดตั้ง การติดตั้งบริเวณกระโปรงรถด้านท้าย ต้องไม่เกินตัวถังรถ และสูงไม่เกิน 5 เซนติเมตร จากขอบฝากระโปรงรถด้านท้ายหรือขอบล่างของกระจกกันลมหลัง กรณีเครื่องมือสื่อมีลักษณะนูนออกมาต้องไม่เกินกันชนรถด้านท้าย และต้องไม่มีส่วนที่แหลมคมอันอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่น ส่วนการติดตั้งภายในตัวรถ ให้ติดตั้งได้เฉพาะบริเวณด้านหลังของเบาะรถคู่หน้า โดยเครื่องมือสื่อต้องติดแนบไปกับเบาะรถ และต้องไม่มีส่วนที่แหลมคมอันอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้โดยสาร กรณี ใช้เครื่องมือสื่อที่มีแสงหรือเสียง ต้องจัดให้มีระบบให้ผู้โดยสารสามารถปิด &amp;ndash; เปิดแสงหรือเสียงได้

นายกจิรุตม์ กล่าวว่า หากมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ได้รับความเห็นชอบหรือที่กฎหมายกำหนด กรมการขนส่งทางบกสามารถเพิกถอนการให้ความเห็นชอบได้ทันที ทั้งนี้ ปัจจุบันมีเครื่องมือสื่อที่ใช้ในการโฆษณาบนรถยนต์สาธารณะ ได้รับความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบกแล้วหลายแบบ ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้ผู้ขับรถยนต์สาธารณะ ซึ่งปัจจุบันมีรถแท็กซี่อยู่ประมาณ 80,000 กว่าคัน มีรายได้เพิ่มมากขึ้นจากการติดตั้งโฆษณาบนเครื่องมือสื่อดังกล่าว สำหรับผู้สนใจจัดทำเครื่องมือสื่อที่ใช้สำหรับโฆษณาบนรถยนต์สาธารณะหรือรถยนต์บริการที่จดทะเบียนในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นขอความเห็นชอบพร้อมเอกสารหลักฐาน ที่สำนักการขนส่งผู้โดยสาร กรมการขนส่งทางบก ส่วนต่างจังหวัดมีให้ยื่นได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัด&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68743</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทางบก, จิรุตม์  วิศาลจิตร, ป่ายโฆษณา, รถตุ๊กๆ, รถแท็กซี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5cb387495a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61833</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2020 16:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2020 16:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯสั่งสแกนรถสองแถวรอบกรุงให้ปฎิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างสกัดโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เม.ย.63-นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.)เปิดเผยถึงปัญหาการให้บริการรถโดยสารสาธารณะโดยเฉพาะรถโดยสารขนาดเล็กเช่นรถสองแถว โดยมีการแชร์ภาพผ่าน Social Media ว่าไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing)เพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสว COVID-19

อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้ผู้ตรวจการขนส่งฯ ลงพื้นที่จุดให้บริการของรถโดยสารเหล่านี้ ตามตะเข็บรอยต่อระหว่างจังหวัด ทั้งย่านสำโรง ร่มเกล้า ย่านฝั่งธนบุรี มีนบุรี รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่จากขนส่งในพื้นที่ 1-4 กรุงเทพฯ ลงไปกำกับเพื่อให้รถโดยสารบริการเหล่านี้ ปฏิบัติตามมาตรการ Social Distancing อย่างเคร่งครัด

&amp;quot;ขณะนี้ยอมรับว่าผู้ประกอบการรถสองแถวมากกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ ให้ความร่วมมือกับมาตรการฯ ในส่วนที่เหลือซึ่งอาจไม่ได้ระวังในช่วงเวลาเร่งด่วน ก็ขอให้ผู้ประกอบการ ช่วยให้ความเข้มงวดมากขึ้น&amp;quot;นายจิรุตม์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อธิบดีกรมการขนส่งทางบกได้ทำหนังสือลงวันที่ 1 เมษายน 2563 แจ้งผู้ตรวจการ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-4ได้ดำเนินการตามมาตรการปฏิบัติการเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ของรถโดยสาร หมวด 4 และวินรถจักยานยนต์สาธารณะ

ประกอบด้วย 1.ให้ผู้ประกอบการและพนักงานขับรถดูแลทำความสะอาดรถ ทั้งราวจับ ที่นั่ง เป็นต้น , 2.ให้แนะนำผู้โดยสารให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดการเดินทาง และให้เว้นระยะที่นั่ง (Social Distancing) เพื่อป้องกันการติดต่อสัมผัส หรือแพร่เชื้อโรค พร้อมแจกเอกสารคำแนะนำวิธีปฏิบัติเพื่อป้องกันเชื้อโรคดังกล่าว,3.ผู้ตรวจการแจกเอกสารเผยแพร่ข้อปฏิบัติในการโดยสารรถสาธารณะป้องกันเชื้อโควิด - 19 แก่ผู้โดยสารและพนักงานขับรถ

รวมถึงการปฏิบัติการเกี่ยวกับรถจักรยานยนต์สาธารณะ คือ 1.สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาขณะให้บริการ และหลีกเลี่ยงรับ-ส่งผู้โดยสารที่ไม่สวมหน้ากากอนามัยขณะโดยสารรถ, 2.หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดและสัมผัสบุคคลอื่นขณะขับขี่, 3.เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดรถด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือน้ำยาล้างรถและ4.ทำความสะอาดมือบ่อยๆ ด้วยน้ำหรือและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ เป็นต้น.
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61833</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทางบก (ขบ.), จิรุตม์  วิศาลจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200202/image_big_5e3650a48f502.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2020 11:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2020 11:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ขนส่งฯ&#039; ตื่นชวนแท็กชี่ตรวจสุขภาพฟรีพร้อมสวมหน้ากากขณะรับผู้โดยสาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.พ.63-นายจิรุตม์ &amp;nbsp;วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)เปิดเผยว่า เพื่อสร้างความตระหนักในการป้องกัน ควบคุมโรค ลดความเสี่ยงจากโรคติดต่อทางเดินหายใจ สร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้ผู้ขับรถแท็กซี่และผู้โดยสาร เฝ้าระวังป้องกันโรคและภัยสุขภาพและอุบัติเหตุบนท้องถนน กรมการขนส่งทางบก ขอความร่วมมือให้กลุ่มผู้ประกอบอาชีพเดินรถสาธารณะป้องกันตัวเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ทำหน้าที่ส่งผู้โดยสาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ได้ประสานบุคคลากรทางการแพทย์ให้บริการตรวจสุขภาพและประเมินความพร้อมด้านร่างกายของผู้ขับรถแท็กซี่ก่อนการขับขี่ (Fitness to Drive) ภายใต้แนวคิด&amp;ldquo;ตรวจสุขภาพแท็กซี่ ท่องเที่ยวมั่นใจ ปลอดภัย ปลอดโรค&amp;rdquo; ให้บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้น ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ เอกซเรย์ปอด ทดสอบการมองเห็นระยะไกล โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ 2563 ณ บริเวณอาคาร 4 ชั้น 1 กรมการขนส่งทางบก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอเชิญชวนผู้ขับรถแท็กซี่เข้ารับการตรวจร่างกายเพื่อสุขภาพที่ดี และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้โดยสารว่าจะไม่ได้รับเชื้อโรคจากการใช้บริการรถสาธารณะ นอกจากนี้ผลการตรวจสุขภาพ และใบรับรองแพทย์ที่ได้รับสามารถนำไปประกอบการดำเนินการขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะได้อีกด้วย&amp;rdquo;นายจิรุตม์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรุตม์ กล่าวว่าการตรวจสุขภาพและประเมินความพร้อมด้านร่างกายของผู้ขับรถแท็กซี่ดังกล่าว เป็นความห่วงใยและความร่วมมือของกรมการขนส่งทางบกที่ร่วมกับกรมควบคุมโรค และกรมการท่องเที่ยว ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพผู้ขับรถแท็กซี่ที่อาจขาดโอกาสในการดูแลสุขภาพด้วยความจำเป็นในการประกอบอาชีพ แต่มีความเสี่ยงเป็นโรคระบบทางเดินหายใจจากมลพิษบนท้องถนน โรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ วัณโรค ไข้หวัดใหญ่ รวมถึงอาการผิดปกติของร่างกายต่างๆ ที่อาจเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุทางถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ดังนั้นการดูแลสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอ จึงเพิ่มคุณภาพและความปลอดภัยในการให้บริการรับส่งผู้โดยสาร อีกทั้งยังเป็นการลดความเสี่ยงการเกิดโรคด้วยการให้ความรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาพ และลดความเสี่ยงการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจควบคู่กันด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในปี 2563 ตั้งเป้าให้บริการตรวจสุขภาพแก่ผู้ขับรถแท็กซี่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวนกว่า 3,000 คน โดยผู้ขับรถแท็กซี่สามารถใช้บริการได้ ณ สถาบันของกรมควบคุมโรค ได้แก่ สถาบันบำราศนราดูร, สถาบันราชประชาสมาสัย สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง , ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง,TOT Academy, โรงแรม โนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต &amp;nbsp;ตามกำหนดการที่ให้บริการ สอบถามเพิ่มเติม โทร.1584&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56048</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรุตม์  วิศาลจิตร, อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200202/image_big_5e3650a48f502.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
